งานส่วน : ฌาปนสถาน "วัดเสมียนนารี"

เจ้าหน้าที่
ผู้ปฏิบัติงานประจำฌาปนสถาน ได้แก่
 พระไพโรจน์ กิตฺติคุโณ
หัวหน้าฌาปนสถาน วัดเสมียนนารี
โทร : ๐๘๑-๒๔๐-๙๒๑๔, ๐๒-๕๘๐-๒๗๒๙-๓๐


รายการเครื่องใช้สอยและค่าบำรุง
จัดไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าภาพ

นายสงคราม ทิมสถิตย์
ไวยาวัจจกร และผู้ช่วย ฌาปนสถาน วัดเสมียนนารี
โทร : ๐๒-๕๘๐-๒๗๒๙-๓๐
  อนิจฺจา วต สงฺขารา             อุปฺปาทวยธมฺมิโน
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ         เตสํ วูปสโม สุโข.
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ครั้นเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมดับไป การเข้าไปสงบระงับสังขารได้ เป็นความสุข

หน้าที่ : การให้บริการประชาชน

ติดต่อสอบถาม :
          - ข้อมูลทั่วไปภายในวัดเสมียนนารี
          - นิมนต์พระเพื่อบำเพ็ญกุศลต่างๆ (ภายนอกวัด) เช่น งานมงคลสมรส งานวันคล้ายวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ เปิดบริษัท งานทำบุญประจำปี ฯลฯ.
          - จองศาลาเพื่อบำเพ็ญกุศลต่างๆ (ภายในวัด) เช่น งานมงคลสมรส งานวันคล้ายวันเกิด หรืองานครบครอบ ๗ วัน, ๑๐๐ วัน ของญาติผู้ล่วงลับ ฯลฯ.
          - จองศาลาบำเพ็ญกุศลศพ (นิยมจอง เป็นเวลา ๓ คืน, ๕ คืน, ๗ คืน, หรือตามความเหมาะของงาน) และ
          - อื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานบำเพ็ญกุศลศพ ฯลฯ.


กฎระเบียบ ข้อบังคับ : ในการบำเพ็ญกุศลศพ

          * ๑. เจ้าภาพและผู้ที่มาร่วมงาน จะต้องมีความเคารพต่อสถานที่ของวัดอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และห้ามนำสุราเมรัย หรือยาเสพติดที่ผิดกฏหมายเข้ามาเพื่อดื่ม หรือมาเสพย์ในวัดเป็นอันขาด รวมทั้งเล่นการพนันที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
          * ๒. ห้ามส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น ไม่ว่าจะในกรณีใดๆทั้งสิ้น เช่น จุดพลุ, จุดตะไล ไฟพะเนียง หรือยิงปืน เป็นต้น
          * ๓. หากเจ้าภาพประสงค์ให้มีมหรสพ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสและตำรวจเสียก่อน และต้องเสียค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ๑,๐๐๐ บาท/คืน
          * ๔. ศาลาตั้งบำเพ็ญกุศล เปิดเวลา ๑๕.๐๐ น.(เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากทางวัด)
          * ๕. หากมีการเฝ้าศพ จ้างจุดธูปกลางคืน ๑๐๐ บาท กลางวัน ๑๐๐ บาท และจะต้องเสียค่าไฟฟ้าคืนละ ๑๐๐ บาท
          * ๖. ศาลาตั้งบำเพ็ญ เปิดเวลา ๑๕.๐๐ น. ปิดเวลา ๒๑.๐๐ น. (เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากทางวัด)
          * ๗.ก่อนกลับบ้านควรนำสิ่งของที่มีค่ากลับไปด้วย ห้ามเก็บไว้ที่วัด เพราะทางวัดไม่มีบริการส่วนนี้
          * ๘. เมื่อเลิกงานแล้ว ห้ามพักแรมในศาลา หากมีความประสงค์จะอยู่เฝ้าศพ จะต้องมีพนักงานศาลาหรือเจ้าหน้าที่ ของทางวัดร่วมเฝ้าอยู่ด้วย
          * ๙. ก่อนกลับบ้านควรตรวจตราดูสิ่งของมีค่าเอากลับไปด้วย อย่าเก็บไว้ที่วัด หากเกิดการเสียหายหรือสูญหาย ทางวัดจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
          * ๑๐. ในการบรรพชา (บวชเณร) ให้มาโกนผมเวลา ๐๖.๓๐ น. ถ้าโกนมาแล้ว ให้มาก่อนเวลา ๐๗.๓๐ น.


กฎระเบียบ ข้อบังคับ : ก่อนนำศพมาที่วัดท่านต้องทำอย่างไรบ้าง ?

          * ถ้าหากว่าผู้ป่วยถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์ให้ถึงสาเหตุการตาย แล้วนำเอาใบ รับรองแพทย์ พร้อมบัตรประจำตัวหรือบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิต และสำเนาทะเบียนบ้าน ไปยังสำนักงานเขต หรืออำเภอ แผนกทะเบียนราษฎร์ ในเขตที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ บางโรงพยาบาลก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการให้ ส่วนในกรณีที่เสียชีวิตในบ้าน จะด้วยเหตุใดก็ตาม
          * เจ้าของบ้านจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาพิสูจน์หลักฐานถึงสาเหตุการตายเสียก่อน และระหว่างที่ตำรวจยังไม่มา ห้ามนำยามาฉีดหรือเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงสภาพศพเป็นอันขาด เมื่อได้รับใบแจ้งความพร้อมทั้งใบพิสูจน์จากแพทย์แล้ว ให้นำไปยังสำนักงานเขตหรืออำเภอ แผนกทะเบียนราษฎร์ หากไม่ได้ดำเนินการตามนี้ ไร้ซึ่งเอกสารเหล่านี้ ทางวัดจะไม่สามารถเผาศพให้ได้


เครื่องรดน้ำศพที่จะต้องเตรียม

เวลารดน้ำศพโดยปกติของทางวัดเสมียนนารี คือ เวลา ๑๖.๓๐ น. - ๑๘.๐๐ น.
          ๑. ดอกมะลิ, กลีบกุหลาบ ใส่ขันลอยน้ำ พวงมาลัยขนาดสวมข้อมือ ๑ พวง
          ๒. น้ำอบไทยขนาดใหญ่ ๑ ขวด (ถ้าให้เจ้าหน้าที่ของทางวัดจัดให้ราคา ๑๕๐)
          "เมื่อเจ้าหน้าที่ของทางวัดจัดไว้เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลารดน้ำศพ ให้เจ้าภาพเชิญแขกที่อาวุโสที่สุดในงานรดก่น (ถ้ามีพระมาก็นิมนต์พระท่านรดก่อน) เจ้าภาพหรือทายาทเป็นผู้คอยส่งน้ำให้กับแขก
          การรดน้ำศพไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาที่กำหนดไว้ก็ได้ หากท่านใดมาก่อนก็รดก่อนจะได้ไม่เสียเวลา เพราะบางท่านอาจจะต้องไปงานอื่นอีก" (ในกรณีผู้ถึงแก่กรรมได้รับพระราชทานน้ำอาบศพ น้ำพระราชทานอาบท้านสุด แล้วจึงทำพิธีบรรจุศพ)


ตารางเวลา : การ "สวดพระอภิธรรม" วัดเสมียนนารี

          * การสวดอภิธรรมหน้าศพ โดยปกติวัดเสมียนนารีจะสวด เวลา ๑๙.๐๐ น. (ในกรณีที่เจ้าภาพต้องการเปลี่ยนแปลงเวลาสวด ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบก่อนเวลาปกติ ๓๐ นาที)
          * วันที่ทางวัดไม่สวดพระอภิธรรม : วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันส่งท้ายปีเก่า, วันขึ้นปีใหม่, วันเฉลิมพระชนมพรรษา


ประเพณี : การสวดพระอภิธรรม วัดเสมียนนารี

          * การสวดพระอภิธรรม นิยมสวด ๑ คืน ๓ คืน ๕ คืน ๗ คืน ไม่นิยสวดคู่ เป็นคตินิยมของประเพณีโบราณที่ปฏิบัติมาถึงปัจจุบันนี้ ไม่ได้ยึดถือเป็นธรรมเนียมโดยเคร่งครัดนัก แล้วแต่เจ้าภาพจะสะดวก ประเพณีบางอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปได้ตามภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพ อีกทั้งตามความเหมาะสมของท่านเจ้าภาพที่จะสามารถจัดได้
          * ทางวัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ระเบียบการของฌาปนสถานนี้ คงจะพอเป็นคู่มืออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านเจ้าภาพได้ในคราวจำเป็น หากมีสิ่งผิดพลาดประการใด ขอประทานอภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย
          * ขัดข้องประการใ ติดต่อโดยตรงที่ พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี โทร : ๐๒-๕๘๙-๔๙๗๒


รูปแบบ : การ "สวดพระอภิธรรม" วัดเสมียนนารี

          * วัดเสมียนนารี มีกำหนดในการ "สวดพระอภิธรรม" ที่เป็นมาตรฐานทั่วๆ ไป ก็คงไม่ต่างจากวัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีเมรุ หรือวัดอื่นในเขตเมือง คือ "พระชุดสวด" เริ่มลงสู่ศาลา เวลา ๑๙.๐๐ น. เสร็จพิธี เวลา ๒๐.๐๐ น. โดยประมาณ
          * รูปแบบการสวดพระอภิธรรมวัดเสมียนนารี คือ พระสงฆ์จะสวดจำนวน ๔ จบ
          * แต่ก่อน มานั้น ทางวัดได้กำหนดให้พระสวดเฉพาะที่เป็น "พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์" ที่เป็นบท "บาลี" ล้วนๆ เป็นหลัก จะมีการเทศน์สลับบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าภาพของงานที่ต้องการเท่านั้น บางงานก็ได้ขออนุญาตนิมนต์พระจากวัดอื่นให้มาสวดในรูปแบบของการ "สวดพระมาลัย" "สวดสังคห" เป็นต้น
          * ทางวัดของเรา ก็ได้ตระหนักถึงความมีสาระ หรือประโยชน์ที่จะพึงได้จากการ "สวดพระอภิธรรม" ที่สื่อต่อสาธารณชน กับปัญหาการสวดไปแล้ว ประชาชนไม่เข้าใจบทสวด "ถึงแม้ว่าจะเป็นหัวข้อธรรมที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนาก็จริง" นั้น ซึ่งก็เป็นปัญหาให้คนในสังคมได้ถกเถียงกันมาหลายยุคหลายสมัย
          * แต่วงการพระสงฆ์ไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ ต่างก็พยายามหาทางออกในหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จังหวัดนนทบุรี "พระพรหมมังคลาจารย์" (หลวงพ่อปัญญา นนฺทภิกฺขุ) เจ้าอาวาสท่านก็ได้กำหนดให้มีพระเทศน์หนึ่งกัณฑ์ จากนั้นจึงสวดพระอภิธรรมหนึ่งจบ เป็นต้น
          * ปัจจุบัน วัดเสมียนนารี โดยพระเดชพระคุณเจ้าคุณ "พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน" เจ้าอาวาสท่านได้กำหนดให้พระชุดสวด ปรับรูปแบบการสวด คือ ให้สวด ๔ จบ เช่นเดิม(เริ่มปรับรูปแบบวันเข้าพรรษา ตรงกับวันที่ ๑๑ ก.ค. ๔๙ เป็นต้นมา) ได้แก่
          * จบแรกให้สวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ล้วนๆ ส่วนจบที่ ๒ และ ๓ นั้น ให้นำบทสวดมนต์แปลพิเศษบางบทมาใช้สวดแทนพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ คือ
          - จบที่ ๒ ใช้บท "อภิณหปัจจเวกขณ" (คลิ๊กฟังเสียง)
          - จบที่ ๓ ใช้บท "พิจารณาสังขาร" (คลิ๊กฟังเสียง) และ
          - จบที่ ๔ จบสุดท้ายนั้น ให้สวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ เหมือนกับจบแรก
          * จากการปรับรูปแบบดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่าประชาชนหลายท่านต่างก็ชื่นชอบ แม้กระทั้งคุณโยม "ระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชย์" เมื่อครั้งไปฟังสวด ณ วัดเสมียนนารีของเราแล้วนั้น ก็ยังชมให้หลวงพ่อเจ้าคุณฟังว่า "ดีนะค่ะพระวัดท่านสวดแล้วฟังรู้เรื่อง" ซึ่งคุณโยมระเบียบรัตน์นับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาททางสังคมอย่างมากในยุคนี้ และเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญ จนทำให้ "ท่านเจ้าคุณ" ได้มองเห็นถึงความจำเป็น ต่อการปรับรูปแบบการสวดพระอภิธรรมให้ชาวบ้านฟังแล้วเข้าใจ อย่างจริงจัง จนเป็นรูปธรรมอย่างเช่นปัจจุบัน
          * แต่เดิมนั้น ทางวัดเสมียนนารีของเรา หลวงพ่อเจ้าคุณท่านก็ได้กำหนดให้มีการสวดเช่นนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่มีเพียงชุดเดียวเท่านั้นเอง คือ ชุดที่ ๑๒ โดยมี "พระมหาไพโรจน์ อภิโรจโณ" เป็นหัวหน้าสวดแปลอย่างเช่นปัจจุบันนี้ แต่พอเสียงตอบรับออกมาเป็นที่น่าพอใจ ผู้ใหญ่ทางบ้านเมืองก็ชื่นชม และก็ไม่เป็นการทำลายของเดิมที่บรรพชนเคยปฏิบัติมา ถือว่าเป็นการปรับประยุกต์รูปแบบได้ถูกต้องดีงาม ตามสำนวนโบราณที่ว่า "บัวไม่ให้ชำน้ำไม่ให้ขุ่น" และถือว่าเป็นการ "ยกเครื่อง" รูปแบบของการสวดพระอภิธรรมให้มีความทันสมัย ให้ทันต่อสถานการณ์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงด้วย
          * ซึ่งถือว่าเป็นการประยุกต์ที่เหมาะสม หรือประจวบเหมาะกับกาลและยุคสมัยที่ลงตัว นับว่าเป็นวิสัยทัศน์อันชาญฉลาดของท่านเจ้าคุณ...! ดังนั้น ต่อไปชาวบ้านจะกล่าวหาว่าพระสวดพระอภิธรรมแล้วฟังไม่รู้เรื่องก็ไม่ได้อีกต่อไป เพราะพระท่านก็ทำเท่าที่ท่านสามารถจะทำได้ เนื่องจากพระสงฆ์ของไทยนั้นการจะทำอะไรลงไป ไม่ใช่ว่าจะทำไปโดยพลกาล ตรงกันข้ามก็คือต้องดูทิศทางของสังคมอยู่เช่นกัน
          * อนึ่ง ถ้าหากว่า "เจ้าอาวาส" วัดใด จะนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้บ้างก็ไม่สงวนสิทธิ์แต่ประการใด หรือบ้างวัด อาจจะทำไปก่อนวัดเสมียนนารีแล้วก็เป็นได้ แต่เราๆ ท่านๆ ไม่ทราบกัน ด้วยเหตุที่ว่าวัดในประเทศไทยนั้น มีอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง
          * ญาติโยมที่มีโอกาสไปฟัง พระสวดพระอภิธรรมวัดเสมียนนารีแล้ว ก็คงรู้ดีว่าเป็นเช่นไร หรือหากท่านยังไม่เคยไป ทาง "เว็บมาสเตอร์" ก็ได้จัดหามาให้ได้รับฟังกันแล้ว ไพเราะหรือไม่ประการใด ก็ขึ้นอยู่กับจริตของท่านผู้ฟัง ว่าชอบเนื้อหาสาระหรือชอบที่เสียงและความไพเราะ
          * การกระทำทุกอย่างของมวลมนุษย์นั้น จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครทำให้ใครในโลกนี้ชอบได้ทุกอย่าง ถ้าท่านชอบก็ขอให้อนุโมทนาบุญร่วมกันที่ฟังแล้วเข้าใจ หากไม่ชอบก็ขอให้ทำใจเป็นกลางๆ .... เพื่อความสงบสุขแห่งเราท่านสืบไป....!

(พระคุ้มภัย อุตฺตมปญฺโญ ๑๒/๐๙/๔๙)


ศาลาพักศพ : วัดเสมียนนารี
          * วัดเสมียนนารีมีศาลาพักศพ หรือศาลาสวดพระอภิธรรมทั้งหมด ๑๑ หลัง ซึงเป็นศาลาที่ติดแอร์ ได้แก่ ศาลา ๒, ๓, ๔, ๕, และ ๑๑ นอกนั้นเป็น แบบพัดลมธรรมดา และ
          * ทางวัดของเรานั้น ได้จัดให้มีพระชุดสวดพระอภิธรรมทั้งหมด ๑๒ ชุด ไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับพุทธศาสนิกชน ที่แวะเข้ามาบำเพ็ญบุญ

ตารางเวลา : การ "เผาศพ" วัดเสมียนนารี

          * การสวดหน้าไฟ ไม่มีเวลาที่แน่นอน แล้วแต่ทางเจ้าภาพจะกำหนด คือ เมื่อมีการเผาศพก็จะมีการสวดหน้าไฟ ถือว่าเป็นวาระสุดท้าย
          * เวลาเผาศพ : ๑๓.๐๐ น., ๑๕.๐๐ น., ๑๗.๐๐ น. (หากเจ้าภาพต้องการเปลี่ยนแปลงเวลา ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ให้เข้าใจกัน แต่อย่าเปลี่ยนกระชั้นชิดจนเกินไป)
          * วันที่ทางวัดไม่รับเผาศพ : วันจักรี, วันเข้าพรรษา, วันสงกรานต์ (๑๓ - ๑๕ เม.ย) วันทอดกฐินของทางวัด, วันลอยกระทง, วันศุกร์


เครื่องเก็บอัฐิ (กระดูก) ที่จะต้องเตรียม (เวลาเก็ยอัฐิโดยปกติ เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๐๘.๐๐ น.)

          ๑. ผ้าขาวขนาด ๑ x ๑ เมตร จำนวน ๑ ผืน (ห้ามใช้ผ้าขาวบาง)
          ๒. โกศสำหรับใส่อัฐิ หรือโถเบญจรงค์ก็ได้
          ๓. ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ น้ำหอมหรือน้ำอบไทยขวดเล็ก ๑ ขวด
          ๔. เงินปลีกเหรียญ จำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๒ เหรียญ
          ๕. ดอกไม้ธูปเทีนย จตุปัจจัย ๑ ชุด สำหรับถวายพระแปรธาตุ (สดับปกรณ์)
          ๖. ถ้าจะลอยอังคาร ที่วัดมีลุ้งจำหน่าย ราคา ๔๐๐ บาท ชนิดละลายน้ำได้ (ห้ามนำไปลอยที่แม่น้ำ ให้ไปลอยที่ทะเลหรือที่ปากน้ำ)


เกล็ดความรู้ : กฏหมายเกี่ยวกับการตาย



- - ข้อมูล : วัดเสมียนนารี - -


วันคืน ณ วัดเสมียนนาร




- - - ข้อมูล : ด้านพระเณร - - -


- - ข้อมูล : ด้านการศึกษา - -


- - ข้อมูล : การให้บริการ - -


- - ข้อมูล : วันนักขัตฤกษ์ - -


- - -กิจกรรม : ตลอดทั้งปี- - -


- - กิจกรรม : กรณีพิเศษ - -


- -ดูแลเขต : การศึกษาสงฆ์- -


- - - เว็บไซต์ : พันธมิตร - - -

ร่วมเป็นพันธมิตร



มุม
:ของเว็บมาสเตอร์

มุม :พูดคุย

เว็บจะดูสวยงามมากที่ความละเอียด 1024 X 768 และ Text Size Medium หรือเห็นอย่างไรก็ เซ็นเยี่ยมที่นี่
เว็บไซต์วัดเสมียนนารีเริ่มออนไลน์มาตั้งแต่ 17 : 08 : 48 ดูแลระบบโดย e-mail : chimjarn@hotmail.com เว็บมาสเตอร์
ทางไป (1) & (2) วัดเสมียนนารี 32 ม.2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร.081-846-3554, 02-589-4972